ไปชมพระราชวังพญาไท
พระราชวังพญาไทตั้งอยู่ที่ถนนราชวิถี เขตราชเทวี บริเวณเดียวกันกับโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ชัยฯ เท่าไรนัก เมื่อมองเข้าไปจากถนนราชวิถี จะเห็นพระราชวังสวยเด่นเป็นสง่า เนื่องจากด้านหน้าเป็นสนามหญ้ากว้างจึงไม่มีสิ่งใดมาบดบังความงามของพระราชวัง จะมีก็เพียงต้นไม้ใหญ่ด้านข้างที่มาช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้เท่านั้น
เรามาเดินดูรอบ ๆ ภายนอกกันก่อนจะเห็นว่า บริเวณพระราชวังจะประกอบไปด้วยหมู่พระที่นั่ง 5 องค์ คือ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ (ชื่อคล้องจองกันเลย) ขอให้ดูแผนผังประกอบ
แผนผังพระราชวังพญาไท
เดินดูภายนอก
ลักษณะที่เด่นของพระราชวังพญาไทก็คือ หอคอยสูง หลังคายอดแหลม สถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตกยุคเฟื่องฟู เน้นความเรียบง่ายแต่สง่างาม มีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของเมืองไทย เห็นได้จากพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และพระที่นั่งพิมานจักรีจะมีหน้าต่างเปิดกว้างหลายบาน ซึ่งรับลมได้ทุกด้าน
เมื่อเรามองจากทางด้านหน้าจะเห็นหมู่พระที่นั่ง 4 องค์เชื่อมต่อกันทั้งหมด จากด้านซ้ายสุดคือพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส มีทางเดินเชื่อมต่อในระดับชั้นที่สองของอาคารเข้าสู่พระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธาน ต่อด้วยพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และต่อไปยังพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ พระที่นั่งทั้ง 4 องค์เป็นแบบก่ออิฐฉาบปูน มีความสูง 2 ชั้น นอกจากพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานซึ่งได้ต่อเติมชั้นที่สามภายหลังเป็นห้องพระบรรทมและห้องส่วนพระองค์ ส่วนด้านหน้าของพระที่นั่งพิมานจักรี จะเป็นอาคารชั้นเดียวสำหรับเป็นที่เทียบรถพระที่นั่งและที่พักคอยขอเข้าเฝ้า
เข้าชมภายใน
เราเริ่มจากการเข้าชมภายในของพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ก่อนเลยแล้วกัน หลังจากที่เดินชมภายนอกมาถึงพระที่นั่งนี้แล้ว
พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ เป็นท้องพระโรงเดิมในรัชสมัยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งเสด็จมาประทับที่วังพญาไทเมื่อปี พ.ศ.2453 ถือว่าเป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างก่อนพระที่นั่งองค์อื่น ๆ ทั้งหมดในหมู่พระที่นั่งของพระราชวังพญาไท เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาในงานพระราชกุศล เช่น งานเฉลิมพระชนมพรรษา ใช้รับรองแขกส่วนพระองค์ที่มาเข้าเฝ้า บางครั้งเป็นโรงละคร หรือโรงภาพยนตร์แล้วแต่โอกาส
จากนั้นเราเดินย้อนกลับเข้ามาชมภายในของหมู่พระที่นั่งทั้งสี่ต่อ โดยเริ่มจากพระที่นั่งพิมานจักรีและพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารก่ออิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น มีจิตรกรรมสีปูนเปียก (fresco secco) บนเพดานและบริเวณด้านบนของผนัง เขียนเป็นลายเชิ้งฝ้าเพดานรูปดอกไม้ สวยงาม บานประตูเป็นไม้สลักลายปิดทอง เหนือบานประตูจารึกอักษรพระปรมาภิไธย ร.ร.๖ ห้องที่น่าสนใจ คือ ท้องพระโรงกลาง ห้องพระบรรทมเดิม ห้องทรงพระอักษร ฯลฯ
พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน ห้องที่น่าสนใจเข้าชม คือ ห้องพระบรรทม และห้องพระสมุด ซึ่งบนเพดานมีภาพจิตรกรรมสีปูนเปียกเป็นรูปเทวดาน้อยสี่องค์ทรงดนตรีสี่ชนิด ดีด สี ตี เป่า ล่องลอยบนท้องฟ้า ในสมัยที่พระองค์ทรงประทับอยู่ ด้านหลังทรงทอดพระเนตรสวนโรมันและเมืองดุสิตธานี (เมืองจำลองประชาธิปไตย) ของพระองค์ได้ ระเบียงด้านหน้าทรงทอดพระเนตรในเขตพระนครได้ไกล
พระที่นั่งนี้เคยเป็นที่ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง กรุงเทพฯ ที่พญาไท เมื่อปี พ.ศ.2473 โดยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 ซึ่งตรงกับวันพระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้มีการเปิดการส่งวิทยุกระจายเสียงเป็นปฐมฤกษ์ พิธีเปิดสถานีได้กระทำโดยอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการฝ่ายหน้าในพระราชพิธีนั้น จากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง มีไมโครโฟนตั้งรับกระแสพระราชดำรัสถ่ายทอดไปตามสายมาเข้าเครื่องส่งที่พญาไท แล้วกระจายเสียงสู่พสกนิกรที่มีเครื่องรับวิทยุในสมัยนั้นได้รับฟัง การจัดตั้งสถานีวิทยุดังกล่าวดำเนินไปได้เพียง 2 ปี ก็เกิดเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 และได้ย้ายไปยังที่ทำการตำบลศาลาแดงแทน
พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ เป็นพระตำหนักที่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งนี้มีลักษณะต่างไปจากพระที่นั่งองค์อื่น ๆ คือเป็นอาคารสูง 2 ชั้นที่เรียบง่าย หลังคาเป็นดาดฟ้า (ปัจจุบันสร้างหลังคาคลุม) ไม่มีการตกแต่งด้วยจิตรกรรมภาพเขียนสีปูนเปียกตามเพดานและผนัง แต่พื้นประดับด้วยกระเบื้องลวดลาย เน้นบริเวณประตูทางเข้าที่เป็นลวดลายดอกกุหลาบ และบันไดขนาดใหญ่ตรงกลาง ราวบันไดเป็นเหล็กหล่อทำลวดลายคล้ายกับลายแบบอาร์ต นูโว ห้องชั้นบนมีลักษณะการวางผังเหมือนกันทั้งซ้ายและขวา ชั้นล่างเป็นห้องโถงกว้าง พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสุจริตสุดาพระสนมเอก มีสะพานเชื่อมในระดับชั้นที่ 2 ไปยังพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
ขณะนี้ในส่วนพระที่นั่งนี้ ไม่เปิดแบบสาธารณะให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้ทุกห้องทุกมุม เพราะปัจจุบันได้ใช้เป็นสำนักงานที่ทำการของส่วนบังคับบัญชาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส เดิมมีนามว่าพระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายาของรัชกาลที่ 6 อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี เป็นพระที่นั่งสูง 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน มีโดมขนาดเล็ก ลักษณะอาคารเป็นแบบอิงลิช โกธิค มีทางเชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานจักรีในระดับชั้น 2 ใช้เป็นที่รับรองแขกของเจ้านายฝ่ายใน ที่ฝาผนังตอนใกล้เพดาน และเพดานมีจิตรกรรมลักษณะแบบ อาร์ต นูโว เป็นลายดอกไม้ และที่ห้องสำคัญเป็นภาพชายหญิงและแกะ ซึ่งเป็นภาพเขียนสีแบบตะวันตก
ในปัจจุบันที่ชั้นล่างของพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ได้มีการบูรณะและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์ทหารบก ให้ความรู้เกี่ยวกับกิจการแพทย์ทหารบกในสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงปัจจุบัน มีสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตมาจัดแสดงโชว์พร้อมข้อมูลให้ความรู้ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
สมควรเข้าไปเดินดู และที่สำคัญยังจะได้เห็นการตกแต่งภายใน ลวดลายบนเพดานที่บูรณะแล้ว สวยงามมาก เป็นรูปเถาองุ่น เพราะห้องนี้เคยใช้เป็นห้องพระเสวยมาก่อนลวดลายจึงเป็นรูปเกี่ยวกับผลไม้ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร - ศุกร์ เวลา 11.00 - 15.00 น. ปิดวันเสาร์ - จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เดินออกมาทางบริเวณด้านหลังของหมู่พระที่นั่ง ยังมีจุดที่น่าสนใจให้ชมกันต่ออีกคือ
พระตำหนักเมขลารูจี พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระตำหนักอุดมวนาภรณ์มาจากพระราชวังดุสิต มาตั้งริมคลองอ่างหยกในพระราชวังพญาไท เพื่อเป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างพระราชมณเฑียร เป็นเรือนไม้สัก 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ภายในเป็นห้องโถงต่อเนื่องกัน มีสระสรง ใช้เป็นที่สรงน้ำหลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ต่อมา เมื่อการก่อสร้างพระราชมณเฑียรแล้วเสร็จ และมีพระราชประสงค์ให้พระที่นั่งด้านตะวันออกใช้นามว่า พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามพระตำหนักแห่งนี้ใหม่เป็นพระตำหนักเมขลารูจี
สวนโรมัน ตกแต่งสวนเป็นลักษณะเรขาคณิต ประกอบด้วยศาลาที่ใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ศาลาทรงกลมตรงกลาง มีหลังคาโดมรับด้วยเสาแบบคอรินเธียน ขนาบด้วยศาลาทรงสี่เหลี่ยมโปร่งไม่มีหลังคา มีการประดับด้วยตุ๊กตาปูนปั้นแบบโรมันบริเวณบันไดทางขึ้น ซึ่งต่อเนื่องกับด้านหน้าที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ในแนวแกนเดียวกับโดม มีทางเดินกว้างโดยรอบสระน้ำเชื่อมต่อกับศาลา ซึ่งศาลานี้ใช้เป็นเวทีการแสดงกลางแจ้งในบางโอกาส
เสร็จจากการเดินชมพระที่นั่งต่าง ๆ ทั้งภายนอกภายในแล้ว โดยถ้ามีวิทยากรนำชมจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงต่อรอบ ขอแนะนำให้มาแวะพักที่อาคารเทียบรถพระที่นั่ง ด้านหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี ที่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ มีอาหารว่าง เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ไอศครีม ไว้บริการ ในบรรยากาศที่สุดแสนคลาสสิคแบบพระราชวังเก่า นั่งทานอาหารเบา ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว คงช่วยให้สดชื่นมีแรงท่องเที่ยวกันต่อได้อีก
สำหรับโปรแกรมไปเยี่ยมชมพระราชวังพญาไทนั้น จะต้องมีการวางแผนสักหน่อย เพราะที่นี่ไม่ได้เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน เนื่องจากการบูรณะซ่อมแซมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ปัจจุบันจึงเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น โดยมีวิทยากรอาสาสมัครของชมรมคนรักวังฯ พาเดินชมส่วนต่าง ๆ ของพระที่นั่งและบรรยายให้ความรู้ไปด้วย มี 2 รอบ คือรอบเวลา 9.30 น. และ 13.30 น. แต่ถ้าเป็นวันอื่นก็สามารถเดินเยี่ยมชมบริเวณภายนอกได้ ทางทีมงานก็ต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับการบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม มา ณ ที่นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ท่านที่ไปชมพระราชวังพญาไท ก็สามารถมีส่วนร่วมในการบูรณะฟื้นฟูได้ โดยเชิญร่วมบริจาคทรัพย์ตามกำลังศรัทธาได้ที่บริเวณสำนักงาน เพื่อให้พระราชวังแห่งนี้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมในเร็ววันและเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานสืบไป
|